เช็กพอยท์ชาร์ลี (Checkpoint Charlie)

Posted by

เช็กพอยท์ชาร์ลี (Checkpoint Charlie) ด่านข้ามกำแพงเบอร์ลินในดินแดนการรักษาระหว่างเขตปกครองของสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต ถูกสร้างขึ้นเมื่อ 22 กันยายน ค.ศ. 1961 หลังจากการเริ่มสร้างกำแพงเบอร์ลินได้เพียงไม่ถึง 5 สัปดาห์

ชื่อ Checkpoint Charlie มาจากการออกเสียงตัวอักษรสำหรับการสื่อสารวิทยุขององค์กร นาโต (NATO) หรือ องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ เช่น Alpha, Bravo, Charlie ซึ่งสหรัฐอเมริกามีจุดตรวจข้ามพรมแดนที่ Helmstedt – Marienborn (Alpha) และ Dreilinden – Drewitz (Bravo) อีกสองจุดในเยอรมนี

ซึ่ง เช็กพอยท์ชาร์ลี (Checkpoint Charlie) เป็นจุดตรวจที่สามที่เปิดโดยฝ่ายพันธมิตรในกรุงเบอร์ลิน Checkpoint Charlie ไม่ใช่แค่สถานที่สำคัญที่เป็นสัญลักษณ์ของสงครามเย็นอีกที่หนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ไว้เพื่อรำลึกถึงความพยายามอย่างมากและหลากหลายรูปแบบของคนที่ต้องการจะหลบนี้มาจากเบอร์ลินตะวันออก

ซึ่งปัจจุบันทหารของ Checkpoint Charlie ไม่ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบหนังสือเดินทาง แต่เป็นนักแสดงที่มายืนโพสท่าให้คนถ่ายรูป และพลาดไม่ได้กับแลนมาร์คสำคัญที่ต้องแชะรูปเก็บไว้สักรูปนั่นก็คือ ป้าย “You are leaving the American sector” รวมถึงบริเวณรอบๆ ยังมีร้านค้า ร้านอาหาร และสินค้าแผงลอยให้เลือกซื้อไปเป็นของฝาก เช่น หมวกทหารรัสเซีย หรือ ของที่เกี่ยวกับช่วงสงครามเย็นก็มีให้เลือกตามใจชอบเลยค่า ส่วนใครที่อยากรู้ประวัติเพิ่มก็สามารถไปได้ที่ Museum Haus Am Checkpoint Charlie ufabetซึ่งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นหนึ่งปีหลังจากกำแพงเบอร์ลินสร้างเสร็จ และได้ใช้รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาตลอดจนถึงตอนนี้เลยค่า

ในอดีตการผ่านเข้าออกต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวด และชาวฝั่งตะวันออกก็ไม่สามารถข้ามออกไปนอกกำแพงได้ โดนยิงตายหมด ในปัจจุบันก็เหลือไว้เป็นเพียงอนุสรณ์ มีทหารยืนให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกค่ะ ซึ่งคนเยอะ และดูวุ่นวายมาก มีร้านค้า ร้านขายของ ร้านอาหารเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด เป็นแหล่งช้อปปิ้งหลักเลย ไม่น่าเชื่อเหมือนกันนะคะ อดีตที่ที่เคยมีความโหดร้าย มีความแตกแยก มีการเข่นฆ่ากันเมื่อร้อยปีก่อน จะกลายสภาพมาเป็นสถานที่คึกคัก มีชีวิตชีวาอย่างทุกวันนี้

นอกจากนี้ทั่วๆ เมืองเบอร์ลิน ก็จะมีอนุสรณ์ที่ระลึกอีกหลายๆ แห่งเลยค่ะ ใครที่สนใจ ชอบประวัติศาสตร์ ลองศึกษาแผนที่เมืองดูเองนะคะ

มาเที่ยวที่เมืองนี้ หญิงปุ๊กต้องขอออกตัวก่อนว่า รู้สึกหดหู่ อึนๆ อยู่ลึกๆ เพราะว่าได้อ่านประวัติศาสตร์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มาก่อนหน้า อ่านประวัติฮิตเลอร์ มันทำให้เราสลดใจว่า การมีผู้นำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม ช่างมีผลต่อคนจำนวนมาก

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *